รู้ทันคดี: "นักตีกิน" แอบอ้างเป็นตัวกลางเคลียร์คดี แลกเงินหลักสิบล้าน
โดนข่มขู่เรียกเงิน ทำยังไงดี? นี่คือคำถามที่เรามักได้รับอยู่เสมอ วันนี้ KadeeConnect ขอหยิบยกกรณีศึกษาที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคม เพื่อเป็นวิทยาทานให้ทุกท่านรู้ทันกลโกง และข้อกฎหมายที่สำคัญ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี
📖 สรุปข้อเท็จจริงเบื้องต้น
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อบริษัทแห่งหนึ่งถูกกล่าวหาว่าดำเนินธุรกิจในลักษณะหลอกลวงประชาชนให้ร่วมลงทุน ในช่วงเวลาที่คดียังไม่มีความชัดเจนและยังไม่ถูกดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ ได้มีบุคคลหนึ่ง ซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นผู้ทำประโยชน์เพื่อสังคม ปรากฏตัวขึ้น
บุคคลนี้ได้ติดต่อเข้ามาหาผู้บริหารของบริษัท โดยอ้างตนว่าเป็น "คนกลาง" ที่สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยกับกลุ่มผู้เสียหายได้ นอกจากนี้ยังอ้างว่าสามารถ "วิ่งเต้น" กับเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เรื่องเงียบและพ้นผิด
แต่การช่วยเหลือนี้มีราคาแสนแพง โดยมีการเรียกรับเงินค่าดำเนินการเป็นหลักสิบล้านบาท! พร้อมทั้งข่มขู่ว่า หากไม่ยอมจ่าย จะนำกลุ่มผู้เสียหายไปออกรายการโทรทัศน์ชื่อดังเพื่อแฉให้เสียชื่อเสียง และจะกดดันให้ถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ด้วยความกลัว ผู้บริหารจึงยอมจำนนและจ่ายเงินไปบางส่วน
ท้ายที่สุด เมื่อเรื่องนี้แดงขึ้นและมีพยานหลักฐานเป็นคลิปเสียงและแชทสนทนา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าจับกุมบุคคลที่แอบอ้างดังกล่าวในที่สุด
⚖️ ประเด็นข้อกฎหมายที่น่าสนใจ
กรณีนี้มีประเด็นข้อกฎหมายที่ควรรู้ ดังนี้:
- ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337): การข่มขู่ว่าจะนำผู้เสียหายไปออกรายการทีวีให้บริษัทเสียชื่อเสียงหากไม่ยอมจ่ายเงิน ถือเป็นการ "ข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อ...ชื่อเสียง" ซึ่งมีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี
- การเป็นคนกลางเรียกรับสินบน (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143): การที่มีคนมาแอบอ้างว่าจะนำเงินไปวิ่งเต้นจูงใจเจ้าพนักงาน เพื่อให้ช่วยเหลือด้านคดีความ เข้าข่ายความผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินเพื่อจูงใจเจ้าพนักงาน មានโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี แม้ว่าเขาจะไม่ได้นำเงินนั้นไปให้เจ้าหน้าที่จริงๆ ก็ตาม
- คลิปเสียงแอบถ่าย ใช้เป็นหลักฐานในศาลได้ไหม?: ได้! ในคดีประเภทกรรโชกทรัพย์ พยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น คลิปวิดีโอ คลิปเสียงการสนทนา หรือประวัติแชท (Chat Log) สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานที่สำคัญในการมัดตัวผู้กระทำความผิดในชั้นศาลได้เป็นอย่างดี
โดนข่มขู่เรียกเงิน หรือถูกเรียกรับประโยชน์โดยมิชอบ ต้องทำอย่างไร?
หากท่านกำลังเผชิญการถูกข่มขู่กรรโชกทรัพย์ หรือถูกบุคคลที่สามเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบเพื่อเคลียร์คดี อย่าเพิ่งจ่ายเงิน! การยอมจ่ายเงินไม่ช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และอาจทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อซ้ำเติม
โปรดตั้งสติ รวบรวมหลักฐานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางออกที่ถูกต้อง รัดกุม และเด็ดขาดตามกฎหมาย
ปรึกษาประเมินคดีเบื้องต้น ฟรี